นาทีชีวิต! สุดยื้อ สาวราชภัฏอุดรฯ เสียชีวิต หลังรถแวนเหินข้ามเกาะมาชน


นาทีชีวิต! สุดยื้อ สาวราชภัฏอุดรฯ เสียชีวิต หลังรถแวนเหินข้ามเกาะมาชน






นาทียื้อชีวิตสาวราชภัฎอุดรฯกลับคืนมา ถูกรถแวนเหินข้ามเกาะมาชนรถจยย. ทนผิดบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตลง

 วันนี้ (27 ตุลาคม 60)  เวลา10.30 น. ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะชนรถจยย. ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี มีนักศึกษาได้รับบาดเจ็บสาหัส  จากนั้น พ.ต.อ ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก สภ.เมืองอุดรธานี , ร.ต.อ.ทิฐินันท์  ศรีเชียงหวาน รองสารวัตร สอบสวน พร้อมด้วยตำรวจจราจร รุดไปตรวจสอบ

โดย จ.ส.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองอุดรธานี  ได้เดินทางมาถึง พร้อมกับ หน่วยกู้ชีพ ร.พ.กรุงเทพอุดรธานี และมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม พบร่าง น.ส.วงษ์รัก  เลิศไชยสงค์  อายุ21ปี  อยู่บ้านเลขที่172 หมู่1 ตำบลโคกสะอาด อ.เมืองอุดรธานี สวมชุดนักศึกษา เรียน อยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ปี 3 คณะนิเทศศาสตร์  ศีรษะอยู่ใต้ท้องรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสัน สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บธ 2946 อุดรธานี  จอดอยู่ริมข้างฟุตบาท และรถจยย.ยามาฮ่าฟีโน่ สีขาว หมายทะเบียน  คขง 367อุดรธานี ที่นักศึกษาสาว ขี่มาอยู่ใต้ท้องรถยนต์กระบะบริเวณด้านหลัง



จ.ส.ต.เจริญ จันทร์รักษ์  ได้ทำการบอกชาวบ้านที่อยู่บริเวณแถวนั้น ที่มามุงดู ให้ช่วยกันยกรถยนต์กระบะขึ้น แล้วนำร่างนักศึกษาสาว ออกมาได้ พร้อมกับรถจยย. จากใต้ท้องรถ ซึ่งอยู่ในอาการสาหัส แต่ยังหายใจรวยริน จึงได้ทำการเปิดปากให้หายใจได้สะดวก แล้วทำการปั๊มหัวใจในการยื้อชีวิตกลับมาคืน ก่อนที่จะใส่เครื่องช่วยหายใจ และนำตัวส่งรักษาร.พ.กรุงเทพอุดร แต่ทนผิดบาดแผลไม่ไหว ได้เสียชีวิตลง ในเวลาต่อมา

ห่างไปประมาณ 500 เมตร พบรถยนต์แวนยี่ห้อ อีซูซุ สีเขียว หมาย เลขทะเบียน กธ1722 อุดรธานี จอดอยู่ ที่บริเวณด้านหน้าซ้ายรถ มีรอยชนพังเสียหาย โดยมีนายธนพล  ไชยบุตร  อายุ68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 302  ตำหนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานี  เป็นคนขับ ยืนรอให้การตำรวจ อยู่ในอาการตกใจ

นายธนพล  ไชยบุตร  ให้การว่า ตนเป็นอดีตศึกษานิเทศก์เขต1 อุดรธานี  โดยได้ขับรถยนต์ มาจากบ้านพัก เพื่อจะนำยารักษาประจำตัว ไปให้ภรรยา ที่ โรงเรียน ในตัวเมืองอุดรธานี 



 ในขณะที่ขับรถมานั้น อยู่ๆ  ก็บังคับรถไม่อยู่  รถจึงเหินข้ามเกาะมายังเลนฝั่งตรงข้ามชนเข้ากับรถจยย. ที่นักศึกษาสาว ได้ขี่รถจยย. มาจากบ้านพัก จะไปเรียนหนังสือ ในมหาวิทยาลัย แต่โชคร้าย มาประสพอุบัติเหตุเสียก่อน แล้วร่างพร้อมด้วยรถจยย. กระเด็นไปอยู่ใต้ท้องรถยนต์กระบะ ที่จอดอยู่ริมฟุตบาท  ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว   ซึ่งรถคันนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตนพึ่งเอาไปซ่อมเปลี่ยนกากบาทช่วงล่างรถ  อาจจะเป็นไปได้ที่เกิดจากสาเหตุนี้ ที่ทำให้บังคับรถไม่อยู่ก็เป็นได้

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายธนพล  ไชยบุตร   มาโรงพัก พร้อมกับแจ้ง ข้อหา ขับรถประมาทเป็นเหตุ ทำให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย แล้วดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Cr.กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี 

สตูลนำเถ้าดอกไม้จันทน์จากพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ  ลอยยังสระน้ำไร่สาธิต  สถานที่พระองค์เคยเสด็จเมื่อปี 42 ปีที่แล้ว

สตูลนำเถ้าดอกไม้จันทน์จากพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ  ลอยยังสระน้ำไร่สาธิต  สถานที่พระองค์เคยเสด็จเมื่อปี 42 ปีที่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  วันที่ 27 ต.ค.2560  เวลา 09.20 น. ร.ต.อ.อาบัด สาหัด รอง สวป.ฯ สภ.ควนกาหลง   พร้อม  ร.ต.ท.วิทยา  หนุดทอง  รอง สวป.ฯ ออกอำนวยความสะดวกขบวนอัญเชิญเถ้าดอกไม้จันทน์   หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ  สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลเดช  นายสามารถ สุวรรณมณี  นายอำเภอควนกาหลงพร้อม  หัวหน้าส่วนราชการอำเภอควนกาหลง   ประชาชน  เข้าร่วมพิธีลอยเถ้าดอกไม้จันทน์

นอกจากนี้และยังมีคณะของนายวิสูตร  พฤกษาสุวรรณ  นายอำเภอควนโดน  เข้ามาร่วมพิธีลอยเถ้าดอกไม้จันทน์  บริเวณสระน้ำไร่สาธิต  ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง ในครั้งนี้ด้วย

สำหรับบริเวณสระน้ำไร่สาธิต  ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง  เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เคยเสด็จชมไร่สาธิตนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ เมื่อปี 2518 และ 2519 ในการส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันและแปรรูป โดยรับเป็นโครงการในพระราชดำริ

Cr. พัชรี เกิดพรม /ผสข.จ.สตูล

สสช.ระดมเจ้าหน้าที่สำรวจความพิการ

           นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติกำลังส่งเจ้าหน้าที่ออกเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประชากรที่พิการ ได้แก่ ประชากรที่มีความลำบากหรือปัญหาสุขภาพในด้านต่างๆ (รวมความลำบากในการดูแลตนเอง) ประชากรที่มีความบกพร่องลักษณะต่างๆ ผู้ดูแลของประชากรที่มีความลำบากในการดูแลตนเอง ภาวะสุขภาพ การใช้เครื่อช่วย สวัสดิการ การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตของประชากรที่มีความพิการ    

สำนักงานสถิติแห่งชาติจึงขอความร่วมมือประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนส่วนบุคคลตัวอย่างในทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ  ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้วางแผนให้ความช่วยเหลือผู้พิการและจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านต่างๆ ได้แก่ การศึกษา การประกอบอาชีพ การแพทย์ การสาธารณสุขและสังคม เพื่อให้ผู้พิการได้รับการพัฒนาสมรรถภาพ ให้สามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้เต็มตามศักยภาพของตนเอง รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมต่อไป

ทั้งนี้ หากสงสัยสามารถขอดูบัตรประจำตัวจากเจ้าหน้าที่ที่ไปสัมภาษณ์ได้    นายภุชพงค์ฯ กล่าว.

การสำรวจความพิการ พ.ศ. 2560 (สคพ.60)

1.  ความเป็นมา

สำนักงานสถิติแห่งชาติ  ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับความพิการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 โดยรวมไว้ในโครงการสำรวจเกี่ยวกับอนามัยและสวัสดิการ จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2544 รวมจำนวน 10 ครั้ง

ปัจจุบันความต้องการใช้ข้อมูลความพิการมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ  จึงได้พิจารณาแยกข้อถามความพิการออกจากโครงการสำรวจเกี่ยวกับอนามัยและสวัสดิการ และได้จัดทำโครงการสำรวจความพิการและภาวะทุพพลภาพขึ้นเป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2545 ต่อมา พ.ศ. 2550  2555 และ 2560 ซึ่งเป็นการสำรวจครั้งที่ 4  โดยมีแผนการสำรวจ ทุก 5 ปี

ทั้งนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2550  สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้เปลี่ยนชื่อการสำรวจ เป็น “การสำรวจความพิการ”  เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนคำนิยามของความพิการตามแนวคิดของบัญชีสากล  เพื่อการจำแนกการทำงาน ความพิการ และสุขภาพ (International Classification of Functioning, Disability and Health : ICF) ขององค์การอนามัยโลก เพื่อให้มีข้อมูลเป็นมาตรฐานสากลที่สามารถเปรียบเทียบกันระหว่างประเทศได้   ซึ่งเป็นไปตามความต้องการใช้ข้อมูลความพิการของหน่วยงานต่าง ๆ สำหรับการวางแผนให้ความช่วยเหลือ และจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านต่าง ๆ ให้แก่ผู้พิการ    นอกจากนี้ยังได้ปรับเปลี่ยนระเบียบวิธีการสำรวจเพื่อให้ได้ข้อมูลความพิการที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้ใช้ข้อมูล

2.  วัตถุประสงค์ของการสำรวจ

การสำรวจความพิการ  พ.ศ. 2560 (สคพ. 60) มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ

1)   ประชากรที่พิการ ได้แก่ ประชากรที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 1 อย่าง ได้แก่

= ประชากรที่มีความลำบากหรือปัญหาสุขภาพในด้านต่าง ๆ  (รวม ความลำบากในการดูแลตนเอง)

= ประชากรที่มีความบกพร่องลักษณะต่าง ๆ

2)   ผู้ดูแลของประชากรที่มีความลำบากในการดูแลตนเอง

3)  ภาวะสุขภาพ การใช้เครื่องช่วย สวัสดิการ การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ของประชากรที่มีความพิการ

3.  ประโยชน์ที่ได้จากการสำรวจ

ข้อมูลที่ได้รับจากการสำรวจ จะนำไปใช้วางแผนให้ความช่วยเหลือผู้พิการและจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านต่าง ๆ  ได้แก่ การศึกษา การประกอบอาชีพ การแพทย์ การสาธารณสุขและสังคม เพื่อให้ผู้พิการได้รับการพัฒนาสมรรถภาพ ให้สามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้เต็มตามศักยภาพของตนเอง รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง  ครอบครัว และสังคมต่อไป

4.  ขอบข่ายและคุ้มรวม

ครัวเรือนที่อยู่ในคุ้มรวมของการสำรวจความพิการ พ.ศ. 2560  ได้แก่ ครัวเรือนส่วนบุคคล ทั้งในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลทั่วประเทศ

โดยไม่รวมครัวเรือนชาวต่างประเทศที่ทำงานในสถานทูตหรือองค์การระหว่างประเทศที่มีเอกสิทธิ์ทางการทูต  ครัวเรือนพิเศษ  และครัวเรือนสถาบัน

5. การปฏิบัติงานเลือกครัวเรือนตัวอย่าง เก็บรวบรวมข้อมูล บรรณาธิกรและลงรหัส บันทึกข้อมูลและส่งแบบเข้าส่วนกลาง

ตำรวจเร่งสอบคดีรุมโทรมสาวลำปาง หลังเจ้าตัวกินยาฆ่าตัวตาย

ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง สอบปากคำ สาววัย 22 ปี กินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย หลังถูกรุมโทรมและโพสต์ประจาน

วันนี้(24 ก.ค.2561) พ.ต.อ.ไกรสิทธิ  พรหมปฏิมา ผกก.สภ.เมืองลำปาง พร้อมชุดสืบสวน เข้าสอบปากคำน.ส. เอ อายุ 22 ปี ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง  จากกรณีมีกระแสข่าวว่า น.ส.เอ กินยาฆ่าตัวตาย หลังไปแจ้งความว่า ถูกชายฉกรรจ์ 4 คน รุมโทรม  พร้อมบันทึกคลิปวีดิโอไว้ แต่ตำรวจสภ.เมืองลำปาง ไม่รับแจ้งความ

ผกก.สภ.เมืองลำปาง เปิดเผยว่า จากการสอบสวน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลจุดเกิดเหตุ และเวลาที่เกิดเหตุอย่างแน่ชัด พร้อมจัดทีมสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและตรวจสอบรายชื่อเข้าพักในสถานที่ดังกล่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยจะมีการเชิญตัวชายชาวจังหวัดตาก ซึ่งเป็นคนอัดคลิปวีดิโอดังกล่าว มาให้ปากคำด้วย

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ตำรวจไม่รับแจ้งความ อาจเกิดจากความเข้าใจผิด เนื่องจากตำรวจได้รับเรื่องราวร้องทุกข์แล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. ที่ญาติผู้เสียหายเดินทางมาพบ ซึ่งขณะนั้นผู้เสียหายดื่มยาฆ่าแมลง เพื่อหวังฆ่าตัวตาย ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. หลังพบว่าคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่

ทั้งนี้ เนื่องจากผู้เสียหายเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว จึงต้องสอบปากคำผู้เสียหายด้วยตัวเอง แต่ทางญาติอาจไม่เข้าใจ จึงร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ทำงานและไม่รับแจ้งความ  เรื่องที่เกิดขึ้น ขอยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน คาดไม่เกินอาทิตย์นี้น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น

ด้านแม่ของผู้เสียหาย เล่าว่าน.ส.เอ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.  หลังสามีมาส่งให้ขึ้นรถตู้เพื่อกลับไปหาพ่อแม่ที่จังหวัดพะเยา จนวันที่ 15 ก.ค.  มีชายคนหนึ่ง โทรศัพท์เข้ามาหาแม่ผู้เสียหาย อ้างเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้าน แห่งหนึ่งในจังหวัดตาก บอกว่า ลูกสาวอยู่กับตัวเอง แม่จึงขอร้องให้นำลูกสาว มาส่งให้ที่จังหวัดน่าน เมื่อลูกสาวมาถึงก็ไม่ยอมตอบอะไร ไม่นึกว่าจะเกิดเรื่องจึงส่งลูกสาวกลับไปอยู่กับสามีที่ลำปาง จากนั้นประมาณสองวัน มีภาพของลูกสาวนอนอยู่ภายในโรงแรม โดยมีอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนอนอยู่ข้างๆ ถูกส่งมมาให้ดู  ลูกสาวจึงเล่าว่า ถูกอดีตผู้ใหญ่บ้าน พร้อมพวกอีก 3 คน ล่อลวงไปรุมโทรม  จากนั้นไม่นาน ก็ทราบจากสามีของลูกสาวว่าลูกสาว กินยาฆ่าแมลงเพื่อฆ่าตัวตาย

Cr.Springnews

ญาติเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง ชี้ไม่มีเงินถึง 6 แสน ยินดีไกล่เกลี่ยกับเจ้าสาว

“อา” ของเจ้าบ่าวที่หนีงานเเต่ง เผย ยินดีไกล่เกลี่ยกับ “น้องมะนาว” เจ้าสาว เรียกค่าเสียหาย 600,000 บาท

นาย อดิศักดิ์  จุนเจิม  อายุ 26 ปี  อาของนายภาคิน   จุนเจิม  อายุ 18 ปี  เจ้าบ่าวที่หนีงานแต่งงานเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้พูดถึงกรณีที่ น้องมะนาว หรือ น.ส.จุฑาทิพย์ นิ่มนวล สาววัย 26 ปี  เจ้าสาว พร้อมเรียกค่าเสียหายที่ใช้จัดงานแต่ง จำนวน 600,000 บาท ซึ่งตำรวจ สภ. เมืองราชบุรี  ว่า เรื่องตัวเงินที่เรียกร้องมานั้นคงไม่มี เพราะครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย และต้องใช้เงินในการต่อเติมบ้าน แต่ก็ยอมรับว่าหลานชายผิด  ในส่วนของเงิน 60,000 ค่าสินสอด ที่ได้มีการตกลงกับครอบครัวของฝ่ายหญิงนั้น ยินดีจะให้ทั้งหมด ส่วนค่าเสียหายที่จัดงานแต่ง ทั้งหมด 600,000 บาท  คงจะต้องมีการเจรจากันอีกครั้ง  ซึ่งในเรื่องนี้ตัวเองเข้าใจหลานชาย เนื่องจากในตอนแรกฝ่ายสาวเจ้าบอกว่าจะเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด แต่ภายหลังมากลับคำบอกให้หาเงินสินสอดจำนวน 200,000 บาท ซึ่งมาบอกก่อนที่จะมีงานแต่งเพียงวันเดียว  ทำให้หาเงินไม่ทัน ทำให้หลานชายเกิดความเครียด และคิดแบบเด็กๆว่า เมื่อหาเงินไม่ได้ก็เลยไม่ไป  ทำให้เป็นเรื่องขึ้นมา ส่วนวันนี้ที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี นัดให้มาเจรจาไกล่เกลี่ยก็ยินดีจะไป แต่ทางฝ่ายเจ้าสาวจะมาหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ  แต่อยากให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว

ด้าน พ.ต.อ.เอนก  บุตรดี  หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี  กล่าวว่า  วันนี้เวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา ได้นัดทั้ง 2 ฝ่ายให้มาเจรจาไกล่เกลี่ยกัน แต่ฝ่ายเจ้าสาวได้แจ้งว่าขอเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากปรึกษา ทนายความแล้วเห็นว่าต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน จึงจะนัดตำรวจไกล่เกลี่ยอีกครั้ง

ในหลวงพระราชทานเลี้ยงผู้ร่วมภารกิจช่วยหมูป่า 1 สิงหาคมนี้


ในหลวงพระราชทานเลี้ยงผู้ร่วมภารกิจช่วยหมูป่า 1 สิงหาคมนี้






นายกรัฐมนตรี เผยงานเลี้ยงพระราชทาน ขอบคุณผู้ปฏิบัติภารกิจช่วยทีมหมูป่า 1 ส.ค.นี้ 18.00-20.00 น. พร้อมวอนสื่อให้ความร่วมมืออย่าทำให้เกิดผลกระทบ และฝากผู้ปกครองและเด็กระมัดระวังการให้ข่าว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการจัดงานเลี้ยง ขอบคุณผู้ปฏิบัติภารกิจทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ในวันที่ 1 ส.ค นี้ ในเวลา 18.00-20.00 น. ว่างานดังกล่าว เป็นงานเลี้ยงพระราชทานในชื่องาน รวมใจเป็นหนึ่งเดียว หรือ ยูไนเต็ดแอดวัน ที่พระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และคิดว่าทุกคนมีความภาคภูมิใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนพูดใน คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ว่าหลายประเทศชื่นชมประเทศไทยอย่างยิ่ง ต่างประเทศพูดกับตนว่าไม่มีกิจการใดในการช่วยเหลือประชาชนในโลกนี้ ที่มีความสำเร็จเท่าการช่วยเหลือทีมหมูป่า แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน



ตั้งแต่พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การบริหารงานของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือ ตำรวจ พลเรือน ทหาร และต่างประเทศทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล แต่สิ่งที่กังวลจากนี้ไปจะมีอะไรเกิดขึ้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นดีเกินร้อยเปอร์เซ็น ไม่มีใครสร้างได้ สำคัญคืออยากให้เข้าใจ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของใคร เด็กๆก็บริสุทธิ์ใจไม่คิดว่าจะเกิดภัยธรรมชาติจนนำไปสู่การช่วยเหลือ

ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยการทำงานที่เรียกว่าเกินร้อยเปอร์เซ็น มีการซักซ้อม หลายคนอาจจะคิดว่าง่าย ซึ่งไม่ใช่ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุกคนเสี่ยงชีวิตในการช่วยเหลือ ดังนั้นขอความร่วมมมือสื่อในการที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับเด็ก และขอให้ผู้ปกครองและเด็กๆที่บางทีอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีคนไปพูดคุยซึ่งอาจเกิดปัญหาในอนาคต ต้องทำให้เด็กรู้สึกว่าไม่ผิดและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอาจจะเรียกว่าเป็นการผจญภัย



แต่ในฐานะที่เป็นรัฐบาลต้องมีมาตรการที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา ซึ่งการแก้ไขปัญหาได้ในครั้งนี้คือความร่วมมือ ขวัญกำลังใจในการฝึกซ้อมของเจ้าหน้าที่ และมีข้อมูลตามข้อเท็จจริง และสิ่งสำคัญที่สุดคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง แต่ก็มีเรื่องที่เสียใจเกิดขึ้น คือ นาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม ได้เสียสละชีวิต เป็นวีรบุรุษ ซึ่งนาวาตรีสมาน คงมองอยู่เสียชีวิตไปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ดังนั้นขอฝาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ขอให้นึกถึงความเสียสละของนาวาตรีสมาน

พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า เหตุการณ์นี้ ยังเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติซึ่งทั้งโลกติดตาม ซึ่งเป็นการทำงานโดยไม่ต้องประชาสัมพันธ์

Cr.Springnews

ราชบุรีโฮลดิ้งแจงเขื่อนเซเปียนส่วนย่อยแตก ไม่กระทบเขื่อนหลัก


ราชบุรีโฮลดิ้งแจงเขื่อนเซเปียนส่วนย่อยแตก ไม่กระทบเขื่อนหลัก






บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ชี้แจงสาเหตุเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก จนมวลน้ำ 600 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนในแขวงอัตตะปือ สปป.ลาว เกิดจากปริมาณน้ำเกินกำหนด

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เปิดเผยว่า เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยในลาวเกิดเหตุสันเขื่อนดินย่อยส่วน D แตก เนื่องจากปริมาณน้ำมากเกินกำหนด หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้มวลน้ำราว 600 ล้านลูกบาศก์เมตรไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ ของ สปป.ลาว ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา



นายบุญน่าน หัวหน้าหน่วยแถลงข่าว แขวงอัตตะปือ ให้สัมภาษณ์ “สปริงนิวส์” โดยระบุว่า พื้นที่เสียหาย 7 หมู่บ้าน มีชาวบ้านเดือนร้อน 1,700 ครัวเรือน พลเมืองกว่า 6 พันคน ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ล่าสุดมีทหารและเจ้าหน้าที่จากเวียงจันทน์ นำเครื่องบินลำเลียงมาอพยพประชาชนขึ้นที่สูง สำหรับความเดือดร้อนครั้งนี้ประชาชนขาดแคลน อาหารและเครื่องนุ่งห่ม ต้องการรับบริจาคเป็นจำนวนมาก ส่วนสถานการณ์น้ำ ล่าสุดไม่มีมวลน้ำมาเติม และ คาดว่า น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง



ข้อมูลจากโรงไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ระบุว่า เขื่อนดินย่อยส่วน D เป็น 1 ใน 5 เขื่อนย่อยที่อยู่ล้อมรอบเขื่อนหลักที่ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ไม่กระทบกับเขื่อนหลัก และ เชื่อว่าจะไม่มีผลต่อกำหนดการเริ่มจ่ายไฟฟ้าในเดือน กุมภาพันธ์ 2562 โดยหลังจากนี้บริษัทที่รับเหมาก่อสร้างจะสร้างคันโดยรอบอีกชั้นหนึ่งเพื่อเสริมความแข็งแรงของเขื่อนย่อย

Cr.Springnews

สวนนงนุชพัทยา รับขวัญลูกช้างเชือกที่ 4 สมาชิกใหม่ในรอบปี 61

ต้อนรับสมาชิกใหม่แห่งสวนนงนุชพัทยา สุกอลังการณ์ สำหรับ ช้างพัง (เพศเมีย) เชือกที่ 4 ในรอบปี 2561 ที่เกิดเมื่อเวลา 02.29 น. ของวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา และยังถือเป็นช้างลำดับที่ 88 ของจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่ในปางช้างอีกด้วย

ลูกช้างเชือกนี้ เป็นช้างพัง (เพศเมีย) เป็นเชือกที่ 4 ถือกำเนิดในรอบปี 61 และเป็นช้างลำดับที่ 88 ของจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่ในปางช้าง โดยเป็นลูกของแม่ช้างที่ชื่อ พังทองคูณ อายุ 13 ปี เป็นช้างแท็กซี่ พานักท่องเที่ยวชมสวนสวย ที่ได้ผสมพันธุ์กับพ่อพันธุ์ชื่อ พลายนำโชค อายุ 22 ปี ก่อนจะครบกำหนดตกลูกออกมาเมื่อเวลา 02.29 น. ของวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา

โดยในวันที่ 24 ก.ค.61 นายกัมพล ตันสัจจา ผอ.สวนนงนุชพัทยา พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกระทำพิธีรับขวัญลูกช้างอย่างยิ่งใหญ่  มีพระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต เป็นเจ้าพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ลานโรงละครนงนุชเธียเตอร์ สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี โดยมีนักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติจำนวนมาก ร่วมชมกันอย่างตื่นตาตื่นใจท่ามกลางขบวนแห่โขลงช้างกว่า 40 เชือก และนางรำ ที่ออกมาร่วมสร้างสีสันกันอย่างครึกครื้น

นายกัมพล  กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่สวนนงนุชพัทยา ได้รับสมาชิกลูกช้างเพิ่มอีก 1 ตัว ซึ่งเมือปี 60 ที่ผ่านมา มีลูกช้างตกลูกมากถึง 13 เชือก ที่นับว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม ลูกช้างที่ถือกำเนิดมาแล้วนั้น จะได้รับการดูแลโดยทีมสัตวแพทย์เป็นอย่างดี พร้อมมีการฝึกฝนให้เป็นช้างแสนรู้ และมีความเฉลียวฉลาด ออกมาแสดงความสามารถการแสดงในหลาย ๆ ด้าน ให้กับนักท่องเที่ยวได้ชมในอนาคตอย่างแน่นอน

พ่อเครียด ศาลยกฟ้องจำเลยแทงลูกชายตาย ดิ่งตึก 8 ชั้นดับ


พ่อเครียด ศาลยกฟ้องจำเลยแทงลูกชายตาย ดิ่งตึก 8 ชั้นดับ






หนุ่มใหญ่ ผิดหวัดรุนแรง หลังศาลยกฟ้องจำเลย คดีใช้มีดแทงลูกชายตาย ช่วงสงกรานต์ปี 59 โดดชั้น 8 อาคารศาลดับ

เมื่อช่วงสายที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกได้เกิดเหตุชายอายุประมาณ 40 ปี กระโดดจากชั้น 8 ของศาลอาญา รัชดาฯ ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต บริเวณฟุตบาทด้านล่างอาคารศาลอาญา สภาพศพผู้ตาย สวมเสื้อแขนยาว ลายสีน้ำเงิน นอนเสียชีวิตที่พื้น เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำผ้าขาวมาคลุมร่างไว้



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เสียชีวิตดังกล่าวเป็นบิดา ของนายธนิต คัฬหสุนทร บุตรชายที่ถูกเเทงเสียชีวิตในช่วงสงกรานต์ปี 2559 ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีของบุตรชาย โดยทันทีที่ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลย ได้สร้างความเครียดแก่ผู้ตายซึ่งร้องไห้เสียใจ และได้ปีนข้ามช่องหน้าต่างบริเวณทางเดินหน้าห้องพิจารณา กระโดดลงไปก่อนปีนข้ามกำแพง กระโดดลงมาจากชั้น 8 ของอาคารถึงแก่ความตายทันที



หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รอง ผบก.น.2 พร้อมด้วยผกก.สน.พหลโยธิน ได้เดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบน้องภรรยาของผู้ตายได้ร้องไห้เข้ามาร้องเรียนกับสื่อมวลชน โดยอ้างว่าคดีนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน เหตุเกิดพื้นที่ สน.ดินแดง เมื่อ 2 ปีก่อน หลานชายถูกแทงตาย มีวงจรปิดจับภาพได้แต่ เมื่อไปขอภาพ กลับพบว่า กล้องเสีย โดยหญิงคนดังกล่าวได้ร้องไห้ฟูมฟายเจ้าหน้าที่จึงต้องเชิญไปสงบสติอารมณ์ ภายในศาลอาญา

อย่างไรก็ตาม ที่เกิดเหตุขณะนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพ ก่อนที่จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อทำการชันสูตรต่อไป

Cr.Springnews

พ่อ – แม่สาว 18 ดื่มจนช็อกตาย โร่ขอบคุณ “ศรีวราห์” หลังตามจับผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง


พ่อ – แม่สาว 18 ดื่มจนช็อกตาย โร่ขอบคุณ “ศรีวราห์” หลังตามจับผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง






2 สามีภรรยาของหญิงสาววัย 18 ปีที่ ดื่มน้ำมนต์จนเกิดอาการช็อก และเสียชีวิต เข้าขอบคุณ พล.ต.อ.ศรีวราห์ หลังช่วยเร่งรัดคดีจนสามารถจับผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ทั้งหมด

วันนี้ (19 ก.ค.) เวลา 14.30 น. นางดวงจิต คณาเขว้า อายุ 38 ปี และ นายขาน เชิดจอหอ อายุ 48 ปี เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะฯ เพื่อขอบคุณที่ได้เร่งรัดและติดตามจับกุม ผู้ร่วมขบวนการ ที่ทำให้ น.ส.สุพัก เชิดจอหอ อายุ 18 ปี บุตรสาวที่ดื่มน้ำมนต์เพื่อรักษาคุณไสย จนมีอาการช็อกและเสียชีวิตในที่สุด



โดยนางดวงจิต เล่าว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 61 ซึ่งบุตรสาวพร้อมสามี คือนายขาน ได้ไปที่วัดท่าเว้อ ม.7 ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก่งงคร้อ จ.ชัยภูมิ เพื่อทําพิธีเพื่ออาบน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ไล่สิ่งไม่ดีของจากร่างกาย

ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหา เป็นพระสงฆ์ และฆราวาส รวม 5 คน พูดจากชักชวนโน้มน้าวให้ น.ส.สุพัก ดื่มน้ำมนต์ เพื่อขับไล่สิ่งไม่ดีทางไสยศาสตร์ ออกจากร่างกายเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ดื่มเข้าไป แล้วเกิดอาการอาเจียน ออกมาทุกครั้ง จนเมื่อดื่มน้ํามนต์ไปปริมาณ 2 บาตร น.ส.สุพัก เกิดอาการเกร็งชัก กระตุก ปัสสาวะ – อุจจาระเรี่ยราด แต่กลุ่มผู้กระทําความผิดก็ยังทําพิธีต่อ โดยอ้างว่าคุณไสยยังออกไม่หมด จน น.ส.สุพัก หมดสติ ได้นำส่ง โรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นางดวงจิต จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคร้อ และพนักงานสอบสวนได้รับคําร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 120/61 ลงวันที่ 4 เม.ย.61 แต่คดีไม่ได้มีความคืบหน้า ประกอบกับ กลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เกรงว่าจะ ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มาร้องเรียนขอความเป็นนธรรมต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ และวันนี้ มาขอขอบคุณ ท่านศรีวราห์ ที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้จับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายครบทุกคน



ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ภายหลังจากได้รับการร้องเรียน ตน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวน ติดตามจับกุมผู้กระทําความผิด มาดําเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งต่อมาสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิดได้ 4 ราย แต่ยังมีผู้ต้องหาที่หลบหนีอีก 1 ราย คือ พระโอภาษ ศรีสง่า อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 505 ม.10 ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก่งคร้อ จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว ที่ 55/2561 ลง 5 เม.ย.61 โดยต่อมา เจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.แก่งคร้อ และ กก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิ สามารถติดตามจับกุมตัว “พระโอภาษ” มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ซึ่งในวันนี้ พ่อ แม่ผู้ตาย ได้เดินทางมาเพื่อขอบคุณที่ได้สั่งการเร่งรัดการดําเนินคดีให้แต่จริงแล้วก็เป็นการทำไปตามหน้าที่ ที่ข้าราชการตำรวจจะต้องทำอยู่แล้ว ทั้งนี้ ตนขอฝากประชาสัมพันธ์ถึง พี่น้องประชาชน หากจะบริโภคหรือรับการรักษาด้วยวิธีการอื่นใด ซึ่งไม่ได้อยู่ในการควบคุมของแพทย์ต้องคํานึงสุขภาพของตนเองเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีโรคประจําตัว “พล.ต.ท.ศรีวราห์” กล่าว

ทั้งนี้มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจชัยภูมิ สามารถจับ อดีตพระโอภาษ ศรีสง่า ได้ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ

Cr.Springews