“วัชระ” แฉ “ช.” จุ้นงบติดตั้งระบบ ICT รัฐสภาใหม่




13 มี.ค.61 –  นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์สปริง นิวส์ ช่อง 19 ถึงยื่นหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ระงับการอนุมัติงบประมาณ การติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ICT ของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กว่า 8 พันล้านบาท ว่า จากการตรวจสอบโครงการอาจมีการทุจริต เนื่องจากงบระบบไอซีทีเดิมของรัฐสภาใหม่ตั้งไว้สูงถึง 3,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้กลับพอกงบเพิ่มเติมขึ้นไปสูงถึง 8,000 ล้านบาท ภาษางบประมาณเขาเรียกว่า "งบโป่งพอง" ขณะที่งบการก่อสร้างสูงถึง 12,000 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน

 

“ผมรับไม่ได้ในการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการจงใจปั้นงบประมาณขึ้นมา เพื่อนำงบประมาณของประชาชนไปใช้อย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเดิมตั้งงบระบบไอซีทีไว้สูงถึง 3,000 ล้านบาท แต่งบกลับพอกขึ้นมาเป็น 8,000 ล้าน เหลืออีกไม่เท่าไหร่ก็สามารถสร้างอาคารรัฐสภาได้อีก 1 หลัง”

 



กับคำชี้แจงของนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สาเหตุที่ตั้งเพิ่มงบประมาณ เป็น 8 พันล้านบาท เพราะต้องการปรับปรุงระบบ ICT ให้ทันสมัยขึ้น รองรับการประชุมและทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป นายวัชระ กล่าวว่า เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ก็ยิ่งต้องราคาถูกลง ที่สำคัญควรเชิญชวนบริษัทคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน ICT มาร่วมประมูลโครงการ เหตุใดจึงใช้วิธีการคัดเลือก ถือเป็นการล็อกสเปคให้บริษัทในเครือนักการเมืองเข้ารับงานหรือไม่ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ข้าราชการสภาฯด้านคอมพิวเตอร์ได้ทำบันทึกไม่เห็นด้วย และข้าราชการกลุ่มงานพัสดุ สำนักการคลัง 18 คนทำหนังสือเสนอนายสรศักดิ์ ให้ใช้วิธีเชิญชวนประมูล เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เสรี แต่กลุ่มคนมีอำนาจการเมืองบังคับให้ใช้วิธีการคัดเลือก 3 บริษัท ด้วยเหตุนี้จึงมีการสั่งการให้เลขาสภาฯ ตั้งกก.สอบสวนข้าราชการชั้นผู้น้อยเหล่านั้น

 



นายวัชระ กล่าวต่อว่า ทั้ง 3 บริษัทเป็นบริษัทในเครือนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ตัวอักษรย่อ “ช” ซึ่งเป็นคนละบุคคลกับ ตัวอักษรย่อ "ช"  ที่เป็นผู้มีบารมีตัวจริงในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพราะเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางในเรื่องนี้

 

“หากถูกฟ้องร้องผมก็พร้อมที่จะต่อสู้ทางคดี เนื่องจากต้องการปกป้องภาษีของประชาชน และข้าราชการรัฐสภาที่ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งหากมีการฟ้องร้องดำเนินคดีจริง ก็สามารถอาศัยอำนาจศาลในการล้วงข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน มาเปิดเผยต่อสาธารณะชน”