ตะลึง! พบ "หางฉลามวาฬ” วางขายหรากลางเยาวราช อึ้งอีก! ทุกสัปดาห์เยาวราชขายหูฉลามได้กว่า 2 หมื่นชาม




เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2561 สังคมออนไลน์มีการส่งต่อภาพถ่ายร้านค้าแห่งหนึ่ง ในย่านเยาวราช นำหางฉลามวาฬ วางขายหน้าร้านอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งเรื่องนี้ ดร. ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม โพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ฉลามวาฬนั้น อยู่ในรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำ ซึ่งล่าสุดมีเจ้าหน้าที่เข้าตารวจสอบร้านค้าดังกล่าวแล้ว



 



ทั้งนี้เมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์กรไวล์ดเอด หน่วยงานสิ่งแวดล้อมไม่แสวงหาผลกำไร เคยเปิดเผยข้อมูลว่า ประเทศไทย กำลังเป็นตลาดหลักในการบริโภคหูฉลาม ซึ่งในกรุงเทพ ยังมีร้านอาหารอย่างน้อย 100 แห่ง ที่จำหน่ายซุปหูฉลาม ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 300-4,000 บาทต่อชาม แม้กลุ่มฟินฟรีประเทศไทย จะรณรงค์ให้โรงแรม และภัตตาคารต่างๆ ยุติการให้บริการเมนูที่มีส่วนผสมจากหูฉลามต่อเนื่อง

 

 

จากข้อมูลของศูนย์อัจฉริยะ เพื่ออุตสาหกรรมอาหารของสถาบันอาหาร ระหว่างปี 2555-2559 พบว่า ตลอดระยะเวลา 4 ไทยส่งออกครีบปลาฉลาม และหูฉลามแปรรูป มากกว่า 22,467 ตัน และนำเข้าผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันมากกว่า 451 ตัน โดยปี 2559 มีการส่งออกมากถึง 4,028 ตัน ซึ่งทางองค์กรไวล์ดเอด มองว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน ไทยเป็นผู้ส่งออกหูฉลามแปรรูป ลำดับต้นๆ ของโลกแล้ว เทียบเท่าฮ่องกง

 

สำหรับฉลาม เป็นสัตว์ที่อยู่บนยอดสุด ในห่วงโซ่อาหารแห่งท้องทะเล และมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ รวมถึงเป็น Keystone Species ของระบบนิเวศนั้นๆ ซึ่งคาดว่าทุกปี จะมีฉลามถูกฆ่า 100 ล้านตัว ในจำนวนนั้น 73 ล้านตัว ถูกนำครีบมาทำซุปหูฉลาม หรือมาประกอบกับเมนูอื่นๆ และทุกสัปดาห์ ยอดขายซุปหูฉลาม ในย่ายเยาวราช มีมากถึง 2 หมื่นชามเลยทีเดียว