ส.อ.ท.ห่วงประมูลแหล่งปิโตรเลียมบงกช-เอราวัณ ล่าช้า กระทบเศรษฐกิจ




8 มี.ค.61 –  นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.(ส.อ.ท.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์สปริง นิวส์ ช่อง 19 ถึงกรณีมีกระแสคัดค้าน TOR  การประมูลแหล่งปิโตรเลียม “บงกช-เอราวัณ”  ว่า  หากการประมูลล่าช้ากว่าแผนที่รัฐกำหนด หรือ ต้องยกเลิกการประมูล จะทำให้ก๊าซธรรมชาติหายไปจากระบบปริมาณมาก ส่งผลให้ต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งนี้ ปัจจุบันการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบงกชและแหล่งเอราวัณ มีกำลังการผลิตประมาณ 2,200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 60 ของปริมาณการผลิตก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งหากไม่ต่อเนื่องในการผลิต ก๊าซจะหายไปจากระบบประมาณ 2,000 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน 

 



ส่วนผลกระทบกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จะต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงความอยู่รอดของธุรกิจ

 

นายเจน กล่าวต่อว่า ความเห็นส่วนตัว คิดว่าแม้เปิดให้มีการประมูลแหล่งปิโตรเลียม ทั้ง 2 แหล่ง ในตอนนี้ก็รู้สึกช้าไป เนื่องจากการผลิตต้องมีความต่อเนื่อง ดังนั้น หากไม่มีความชัดเจนในการลงทุน ผู้รับสัมปทานอาจคงหรือลดกำลังการผลิต ก็จะทำให้ก๊าซธรรมชาติหายไปจากระบบ ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นทิศทางดังกล่าวแล้ว

 



ส่วนกรณีที่รัฐเลือกใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC แทนระบบสัญญาจ้างนั้น นายเจน กล่าวว่า จะก่อให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้นมา เนื่องจากเดิมใช้ระบบสัมปทาน รัฐรอรับเงินจากเอกชนเท่านั้น แต่ระบบแบ่งปันผลผลิต จะขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิต รัฐต้องเข้าไปมีส่วนร่วมบริหารจัดการและตัดสินใจ เช่น จะขุดปีละกี่บ่อ ที่ไหนบ้าง ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ภาครัฐไม่เคยทำมาก่อน ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องทำความเข้าใจ มีบุคลากรและกลไกที่จะช่วยอย่างมาก