เปิดข้อห้ามเรื่อง "เพศ" ในจริยธรรมอบรม ส.ว ส.ส




16 ก.พ 61--นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  (สนช.) คนที่2 ให้สัมภาษณ์ผ่ายรายการ เจาะลึกทั่วไทยอินไซต์ไทยแเลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์ สปริงนิวส์ ทีวีดิจิทัลช่อง 19  ถึงรายละเอียดกฎหมายสำคัญ หลังเมื่อวานนี้ สนช. ผ่านข้อบังคับจริยธรรม ห้ามนำความสัมพันธ์ทางเพศครอบงำ การใช้ดุลพินิจและมีอิทธิพลต่อการปฎิบัติหน้าที่ สนช. ว่า ใจความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้  ถือเป็นมาตรฐานค่อนข้างสูง  เพื่อไม่ให้มีการคุกคามทางเพศเกิดขึ้น ทั้งการคุกคามทางวาจา สายตา หรือทางกาย แต่ก็ยอมรับว่า เมื่อวานนี้มีสมาชิกบางคน เป็นกังวัลเกี่ยวกับความหมายที่อาจจะคลุมเครือ เช่น เริ่มแรกฝ่ายหญิงอาจมีลักษณะสมยอม แต่ภายหลังผิดใจ และนำซึ่งการแบล็คเมล์ได้   โดยที่ประชุมมีการชี้แจง ยืนยันเพิ่้มเติม ว่า เป็นร่างที่ศาลรัฐธรรมนูญร่างขึ้นมา และผ่านการตรวจสอบโดย สนช. แล้ว พร้อมทั้งมีการเสนอแนะกลับไปหลายประการ และมีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งมาตรฐานเดียวกันนี้ จะบังคับใช้ครอบคลุม องค์กรอิสระ สนช .และคณะรัฐมนตรีด้วย เพียงแต่ สนช. มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับการบังคับใช้กับสมาชิกของ สนช. เท่านั้น 

ส่วน ข้อที่ 21 ที่ระบุ ห้ามนำความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเหตุครอบงำการใช้ดุลยพินิจหรือมีอิทธิพลต่อการปฏิบัติหน้าที่นั้นหมายความอย่างไร นายพีระศักดิ์  กล่าวว่า  กฎหมายนี้มีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ทำหน้าที่อยู่ แต่ไปมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ไม่ว่าหญิงหรือชาย  และใช้ความสัมพันธ์ดังกล่าว มายุ่งเกี่ยวกับการทำงานในลักษณะไม่เหมาะสม 

" พอมีความสัมพันธ์กัน ก็เอาความสัมพันธ์นั้น มาทำให้การทำงานของตัวเองมีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตามหน้าที่ได้ ตรวจสอบยากไหม ?  คือ จริงๆ เราก็ต้องดูว่าเป็นมาตรฐานทางจริยธรรมอ่ะนะครับ ไอที่มันผิดจริงๆ มันก็จะเข้าสู่การปฎิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ก็จะเข้าสู่บทบรรทัดอีกทาง ที่มีบทลงโทษอยู่แล้ว  กฎหมายนี้ คล้ายๆกึ่งอุดมการณ์ คำว่า จริยธรรม " นายพีระศักดิ์ 

ขณะที่กลไกการตรวจสอบจริยธรรมนั้น จะดำเนินการอย่างไร  นายพีระศักดิ์  กล่าวว่า มีทั้งโทษเบาตั้งแต่การตำหนิ  การประนาม  ซึ่งจะมีกรรมการจริยธรรมของสนช.เป็นผู้ทำหน้าที่พิจารณา  โดยหากปรับเปลี่ยน เป็น ส.ว. หรือ ส.ส ก็จะมีกรรมการแต่งตั้งขึ้น เพื่อคอยทำหน้าที่ใช้ดุลยพินิจชี้ถูก ผิด เช่นกัน  

เมื่อถามต่อว่า ข้อที่ 23 ว่าด้วยบทบังคับให้ สนช. ต้องอุทิศเวลาให้ราชการ โดยไม่นำเวลาราชการไปประกอบธุรกิจหรือเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น มีใจความอย่างไร นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่ามี สนช .บางรายที่ประกอบธุรกิจ แต่เราได้อธิบายชี้แจง  ว่ากฎหมายดังกล่าว เป็นบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ห้ามดำเนินการ หรือ ถือหุ้นทางธุรกิจ  เพราะฉะนั้น การที่  อุทิศเวลาการทำหน้าที่ใน สนช. ถ้าหากสมาชิกคนใดมีภารกิจนอกเหนือ ก็สามารถใช้สิทธิ์ลาการประชุมได้ ไม่มีความผิด 

"ถ้าท่านลามีการประชุมสภา ท่านก็ต้องรอกับท่านประธาน ถ้ามีประชุมกรรมธิการ ก็ต้องลากับประธานกรรมาธิการ มันมีช่องให้ทำได้  ถ้าลาก็แปลว่ามีเหตุจำเป็น  เหลือแก้รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ในบทของคำนิยาม ผ่าน 3 วาระรวดแล้ว รอบังคับใช้ "  นายพีระศักดิ์  กล่าว 


ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิก สนช. และกรรมาธิการ เมื่อวานนี้ ด้วยคะแนน 160 เสียง ไม่เห็นชอบไม่มี งดออกเสียง 6 ไม่ลง คะแนน 1 เสียง เพื่อประกาศบังคับใช้เป็นมาตรฐานจริยธรรมของสนช.ต่อไป