จี้รัฐให้บทเรียน "อิตาเลียนไทย"





9 ก.พ 61 -- นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ( AIMC)  เปิดเผยผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซต์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์ สปริงนิวส์ ทีวีดิจิทัล ช่อง 19 ถึงกรณี โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ภาครัฐ แสดงบทลงโทษ ต่อ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน หลังจาก เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและ กรรมการบริษัทดังกล่าว พร้อมคณะ ลักลอบเข้าตั้งแคมป์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และล่าสัตว์ป่าสงวนหลายรายการ ในลักษณะมีเจตนาตั้งใจกระทำผิด ซึ่งผิดต่อ หลักบรรษัทภิบาล ปี 2561  โดยนางวรวรรณ ระบุว่า  1 ใน 5 ข้อ ที่แสดงความคิดเห็นผ่าน เฟซบุ๊กนั้น โดยเฉพาะข้อ 5. ที่ ระบุว่า " เนื่องจากบริษัทนี้เป็นกิจการที่ได้รับงานใหญ่จากภาครัฐ ถ้าภาครัฐเห็นความสำคัญของการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและการกระทำที่ไม่ผิดต่อกฏหมาย ก็ควรส่งความกดดันไปยังกิจการ เพื่อให้ความศักดิ์สิทธิ์ของกฏหมายยังคงอยู่ และมีความเป็นธรรมเมื่อเทียบกับกรณีอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้น "  ว่า ตนเองต้องการให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ  แสดงบทบาทต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจน กรณี บมจ.อิตาเลี่ยน มีผู้บริหารสูงสุด ที่พฤติกรรมและการกระทำที่ไม่เหมาะสม  มีความเสี่ยงต่อชื่อเสียงของกิจการ และจะส่งผลต่อการทำธุรกิจ  ภาครัฐเองในฐานะที่เคยประกาศต่อเวทีโลก ว่าจะไม่สนับสนุน การสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อม ก็ควรแสดงออก และมีปฎิกริยา หรือ เข้าพูดคุยต่อ  บมจ.อิตาเลียนไทย อย่างชัดเจน  โดยเฉพาะเริ่มแรก มองว่า  เป็นหน้าที่ของกรรมการของบริษัทดังกล่าว แม้จะมีคำถามตามมา ว่าใครจะกล้า  เนื่องจากนายเปรมชัยเป็นเจ้าของบริษัท ซึ่งเรื่องนี้ท้ายที่สุด สังคมคงต้องฝากความหวังไว้กับ กรรมการอิสระ  ที่จะพิสูจน์ ว่าเป็นอิสระจากการครอบงำหรือฝ่ายบริหารจริงหรือไม่ เพราะเนื่องจาก การกดดันจากภาคประชาชนในแง่ธุรกิจนั้นคงเป็นไปได้ยาก 

" กดดันบ.เค้าเนี่ย ทำยาก  เค้าไม่ได้ค้าขายของที่เราจะซื้อหาได้โดยปกติ ถ้าเป็นบ.ขายน้ำอัดลมยังพอว่า ก็ได้แต่ระบายอารมณ์แล้วส่งต่อกัน เพราะฉะนั้นคิดว่า กรรมการกับภาครัฐเองเนี่ย จะมีบทบาทมากกว่า เพื่อจะแสดงตนว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายยังอยู่ อย่างเป็นธรรม เทียบกับกรณีอื่นๆที่คล้ายกันที่เคยเกิดขึ้น   " นางวรวรรณ  กล่าว 

เมื่อถามต่อว่า การกดดันที่บริษัทดังกล่าวควรกระทำ ต่อ นายเปรมชัย นั้นควรเป็นลักษณะใด นางวรวรรณ  กล่าวว่า ถ้าตนเองอยู่ในฐานะบอร์ดของบริษัท อิตาเลียนไทย  คงจะใช้วิธีการขอร้อง ขอให้นายเปรมชัยลาออก เพื่อรักษาชื่อเสียงของบริษัทไว้ก่อน ทั้งยังเป็นการรักษาโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่กำลังดำเนินธุรกิจอยู่  ซึ่งแม้ลาออก แต่ก็ยังดำรงตำแหน่งในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ภาครัฐนั้น ควรแสดงบทบาทต่อกรณีดังกล่าวอย่างไรในแง่ธุรกิจ เนื่องจาก บ.อิตาเลียนไทย มีโปรเจกต์ขนาดใหญ่ร่วมกับรัฐหลายรายการ  นางวรวรรณ  กล่าวว่า  ส่วนตน มองว่า ก็คงต้องใช้วิธีที่ไม่แตกต่างกัน คือ ขอความร่วมมืออย่างตรงๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ

" การที่เกิดขึ้นแบบนี้ ถ้าไม่ทำอะไร ไม่ถอดทวนให้มันหยุดไปก่อน ภาครัฐก็ได้รับผลกระทบจากประชาชนด้วย เพราะมีคลิปเสียงพยายามต่อรองกับ จนท.รัฐอย่างชัดเจน เดี๋ยวผู้ใหญ่เคลียร์ให้  รัฐก็จะกระทบ ถ้าเป็นคุณเปรมชัย จะบอกว่าขอถอยก่อนแล้วกัน แล้วคุณก็จะแมนอ่ะ ผิดแล้วยอมรับผิด ไม่ใช่ไปหาตัวช่วยอื่น สังคมก็จะสะสมความรู้สึก  ประเทศไทยอยู่ด้วยการพึ่งพา กินของเค้า ก็ต้องเกรงใจเค้า แล้วเมื่อไหร่เราจะหลุดพ้นจากบ่วงที่มีมาตลอด "  

ทั้งนี้ ก่อนหน้า นางวรวรรณโพสต์อีกว่า เอกสารบรรษัทภิบาล ปี 2561 ของบริษัทนี้ ประกาศต่อผู้ลงทุนและสาธารณชน ในหน้า 10 ข้อ 6.ด้านสังคมส่วนรวมระบุว่า บริษัทฯ จะไม่กระทำการใดๆ ที่จะส่งผลเสียหายต่อสังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม และในหน้า 11 เรื่องจริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ ในหน้า 13 ข้อ 1.6 เรื่องผู้บริหารต่อสังคมส่วนรวม ระบุไว้ว่า "ไม่กระทำการใดๆ ที่จะมีผลเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อม" กรณีนี้ จึงน่าจะเป็นเรื่องที่คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณา