รักษาการผอ.มส. แจง มติให้วัดทำบัญชีรายรับ-จ่าย หวังช่วยป้องกันทุจริต ตั้งเป้าครอบคลุมวัดทั่วประเทศ




นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการและรักษาการผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์สปริง นิวส์ และสถานีวิทยุสปริง เรดิโอ เอฟเอ็ม 98.5 เมกกะเฮิร์ท ถึงกรณี มส.เห็นชอบให้มีการจัดทำบัญชีทรัพย์สินวัด รูปแบบใหม่ เพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ก.พ.ร.เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณนี้เป็นต้นไป ว่า ที่ผ่านมามติ มส.ให้ทุกวัดมีการจัดทำบัญชีทรัพย์สินวัดอยู่แล้ว แต่ในปี 2558 มีการปรับใหม่ใน 2 เรื่อง คือ ให้รายงานต่อสำนักงานพระพุทธศาสนา หรือ พศ. และให้ใช้รูปแบบปีงบประมาณ ล่าสุด มส. ได้เห็นชอบรูปแบบการจัดทำบัญชีวัด ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) เสนอ โดยจะเป็นรูปแบบบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างง่าย เหมือนกับบัญชีครัวเรือน แยกเป็น 6 ส่วน 1.บัญชีสมุดเงินสด รายรับ รายจ่ายประจำวัน 2.สมุดเงินฝากธนาคาร 3.สมุดแยกประเภท รายรับ (วัตถุประสงค์ของเงินที่ได้รับบริจาคนำไปใช้อย่างไรบ้าง) 4.สมุดแยกประเภทรายจ่าย 5.สมุดงบประจำปี 6.จัดทำเล่มรายงานงบประปี

 

 



ทั้งนี้ จะเริ่มนำร่องที่วัดดาวดึงษาราม กรุงเทพฯ ในปีงบประมาณ 2561 เนื่องจากมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน จากนั้นจะดำเนินการให้ครอบคลุมทุกวัดทั่วประเทศ โดยมส.ได้มอบให้พศ. ไปดำเนินการจัดทำหนังสือคู่มือการจัดทำบัญชีวัดรูปแบบใหม่ พร้อมดำเนินการจัดอบรมถวายความรู้พระสังฆาธิการให้ครอบคลุมทั่วประเทศด้วย เพื่อจะได้มีความพร้อมและมีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน

 

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับทาง ก.พ.ร. ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการกับวัดอื่นๆได้ภายในปีงบประมาณ 2561 แต่เป้าหมายจะเป็นกี่วัดนั้น ต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง เบื้องต้นจะเริ่มจากวัดที่สมัครใจและมีความพร้อมก่อน แต่ยืนยันในระยะต่อไปต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกวัดทั่วประเทศ”

 

 



ส่วนกรณีที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ออกมาเรียกร้อง เมื่อวัดจัดทำบัญชีรับ-จ่ายแล้วจะต้องเปิดเผยข้อมูลรายรับ รายจ่ายต่อสาธารณะชน ด้วยนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า เบื้องต้นให้วัดมีการจัดทำบัญชีทรัพย์สินวัดก่อน ส่วนเรื่องการเปิดเผยข้อมูลรายรับ รายจ่ายต่อสาธารณะชน เป็นอีกเรื่องที่ต้องหารือกันอีกครั้ง เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีข้อจำกัดค่อนข้างเยอะ





ข่าวที่เกี่ยวข้อง