รวบ 113 ชีวิต! “วิกตอเรียซีเคร็ท” อาบอบนวดค้าประเวณีกลางกรุง




 

DSI สนธิกำลัง “ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง” บุก “วิกตอเรียซีเคร็ท อาบอบนวด” ลักลอบค้ากามเด็กอายุ 12 ก่อนขายต่อไปมาเลเซีย

 

วันนี้ (12 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ DSI” ร่วมกับ “ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง” และ “มูลนิธิเอนเวเดอร์” นำกำลังเข้าตรวจค้น “วิกตอเรียซีเคร็ท อาบอบนวด” ตามหมายจับในคดีค้ามนุษย์ ซึ่งมี “นายกบ – บุญทรัพย์ รัตนศิริ” เป็นผู้ต้องหา มีหน้าที่เป็นพนักงานเชียร์แขกในอาบอบนวดแห่งนี้ ซึ่งที่มาของหมายจับในครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงกับ 2 คดี ก่อนหน้าคือ

 

คดีแรกเกิดเมื่อปี 2557 กลุ่มนายหน้าสองสามีภรรยา นำตัวเด็กหญิงชาวเมียนมาอายุ 12 ปี เดินทางผ่านด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย มายังกรุงเทพมหานคร โดยมาพักอาศัยที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง และเด็กหญิงชาวเมียนมาก็ถูกเปิดบริสุทธิ์ครั้งแรกที่นั่น

 

หลังจากถูกเปิดบริสุทธิ์แล้ว เธอถูกนำตัวไปค้าประเวณียัง “วิกตอเรียซีเคร็ท อาบอบนวด” ซึ่งมีนายกบ บุญทรัพย์ ทำหน้าที่เป็นคนเชียร์แขก เสนอขายบริการทางเพศในราคาที่สูงกว่า พนักงานบริการหญิงคนอื่นๆ เนื่องจากเป็นเด็ก ระยะเวลาผ่านไปสองปี เด็กหญิงชาวเมียนมาคนดังกล่าว ถูกขายต่อให้กระบวนการนายหน้านำไปค้าประเวณีต่อยังประเทศเพื่อนบ้าน จนเธอรู้สึกทนไม่ไหว จึงพยายามขอความช่วยเหลือไปยังครอบครัว และร้องเรียนผ่านมูลนิธิพิทักษ์สตรี ช่วยเหลือกลับมาอยู่ในความคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ได้สำเร็จ

 

ซึ่งความเชื่อมโยงระหว่างเด็กหญิงชาวเมียนมา กับอีกคดีค้ามนุษย์ คือ เมื่อปี 2560 ตำรวจนครบาลห้วยขวาง ได้จับกุมคดีค้ามนุษย์ในอพาร์ทเมนท์แห่งเดิมที่หญิงสาวชาวเมียนมาพักอาศัยและถูกเปิดบริสุทธิ์ โดยสามารถช่วยเด็กหญิงอายุระหว่าง 14 ถึง 18 ปี ได้ 6 คน โดยทั้งหมดให้การว่า ถูกนำมาเปิดบริสุทธิ์ ก่อนที่จะถูกนำตัวไปค้าประเวณีใน “วิกตอเรียซีเคร็ท อาบอบนวด” โดยมีนายกบ บุญชัย คอยรับส่ง และเป็นคนเชียร์แขกเสนอขายบริการทางเพศให้กับแขกที่มาใช้บริการ และทั้ง 6 คนยืนยันตรงกันว่า เคยเห็นเด็กหญิงชาวเมียนมาอายุ 12 ปี ทำงานภายใน อาบอบนวด แห่งเดียวกัน โดยมีนายกบ บุญชัยเป็นคนเชียร์แขกเช่นกัน ซึ่งคดีนี้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษเเล้ว ความเชื่อมโยงทั้งหมด จึงนำไปสู่การออกหมายจับกุม “นายกบ บุญชัย รัตนศิริ” ได้ในครั้งนี้

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ แจ้งดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ในข้อหาตั้งสถานการค้าประเวณีโดยผิดกฎหมาย เเละร่วมกันเป็นธุระจัดหา

 

 

ส่วนหญิงบริการในครั้งเเรกพบ 97 คน เมื่อ “ป๋าติ๊ก” ผู้ดูเเลนำตรวจค้นครั้งสุดท้ายในห้องที่ยังล็อก พบมีพนักงานบริการหญิงอีก 16 คน ถูกขังล็อกประตูจากด้านนอก พร้อมเเม่บ้านเเละช่างเเต่งหน้า ที่ห้องเเต่งตัวชั้นดาดฟ้า รวมมีพนักงานหญิงบริการทั้งหมด 113 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างด้าว เเละอาจเข้าเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ จึงต้องเข้าสู่กระบวนการสอบคัดแยกที่มีประสิทธิภาพ จากทีมสหวิชาชีพ

 

ส่วนหญิงคนใดที่เจ้าหน้าที่สงสัยว่ามีอายุต่ำกว่า 18 ปี จะถูกส่งไปตรวจอายุกระดูก ซึ่งหากผลการตรวจออกมาว่ามีอายุต่ำกว่า 18 ปี จะเป็นหลักฐานสำคัญที่จะเอาผิดผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ และหญิงสาวจะถูกคุ้มครองตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่เข้าข่ายค้ามนุษย์ จะถูกคุ้มครองให้เป็นพยาน และหากเป็นหญิงต่างด้าวแต่มีเอกสารประจำตัวถูกต้องตามกฎหมาย ก็สามารถอาศัยต่ออยู่ในประเทศไทยได้