กมธ.แจงสูตรคำนวณ ส.ส.สุดซับซ้อน เชื่อไร้ปัญหา




วันนี้ (9 ม.ค 60 )นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailandทางสถานีโทรทัศน์ สปริงนิวส์ ทีวีดิจิทัล ช่อง 19 ถึงกรณี กมธ.แก้ไขวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อใหม่ ว่าในสัปดาห์นี้จะมีการพิจารณาการคำนวณสัดส่วน สส.บัญชีรายชื่อตามระบบการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  หรือ กรธ. ได้ส่งวิธีการคำนวณมาให้ประกอบการพิจารณาด้วยแล้ว และมี กมธ.เสนอปรับแก้ขั้นตอนการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อโดยรวมประมาณ 17 มาตรา เช่น มาตรา 129 หลังผู้แทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ซึ่งเป็น 1 ในกรธ. เห็นว่า การคำนวน ส.ส. ที่ถูกจำแนกออกมา 6 ข้อ ยังไม่มีความชัดเจน อาจนำไปสู่การตีความที่แตกต่างกันได้ และจะมีปัญหาในทางปฎิบัติ อาจนำมาสู่การฟ้องร้อง กกต.ภายหลัง  กรธ.จึงกลับไปทบทวน และคิดหาวิธีการคำนวณรูปแบบต่างๆที่มีความชัดเจนตายตัวมานำเสนอ  ซึ่งเบื้องต้นมีวิธีคำนวน ส.ส. ดังนี้ 1. การนำการลงคะแนนเสียงของประชาชนทั้งหมดเป็นตัวตั้ง มาหารด้วยจำนวน ส.ส. 500 คน (ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ) ผลออกมา จะได้คะแนนเฉลี่ยของ ส.ส 1 คน  2.นำคะแนนดังกล่าว  ไปหารกับคะแนนที่ประชาชนไปลงเลือก ส.ส. เขตของพรรคนั้นๆ ก็จะได้ จำนวน ส.ส. ที่พรรคนั้นพึงมี ซึ่งหากตัวเลขที่ออกมา เป็นตัวเลขเต็มๆ ก็จะไม่มีปัญหา เป็นการคำนวนง่ายๆ 3.ส่วนจำนวนของ ส.ส. บัญชีรายชื่อนั้น  เพียงนำผลการเลือกตั้ง ส.ส. เขต มาลบออก ก็จะได้จำนวนที่ชัดเจน  โดยมองเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน 



ทั้งนี้ บัตรเลือกตั้ง 1 ใบ ประชาชนจะสามารถลงคะแนนเสียงสำหรับ ส.ส. แบบแบ่งเขตเท่านั้น ก่อนนำบัตรเลือกตั้งทั้งหมด มาคำนวณสัดส่วนของจำนวน ส.ส. ของแต่ละพรรคที่พึงมีอีกรอบ 

 



โฆษกคณะกรรมาธิการ ยังเผยว่า ก่อนหน้าที่ประชุม แสดงความเป็นห่วง ว่า  ผลการคำนวณที่ออกมา จะไม่เป็นตัวเลขกลมๆ แต่จะมีเศษทศนิยม  จะเป็นเงื่อนไขอุปสรรค กับอีกปัจจัย คือ กรณีที่พรรคการเมืองนั้นๆ ได้จำนวน ส.ส เขต เต็มจำนวนแล้ว จนไม่สามารถได้ จำนวน ส.ส แบบบัญชีรายชื่อได้อีก  ฉะนั้น จะทำให้จำนวน ส.ส บัญชีรายชื่อเหลือ  ที่จะต้องไป คำนวณอัตราส่วนเฉลี่ยให้กับพรรคที่ต้องได้เพิ่ม ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นปัญหานั้น เป็นข้อกังวลของ กกต.  โดยวิธีการแก้ปัญหานั้น หากผลการคำนวน ส.ส. ที่แต่ละพรรคพึงมี ออกมาเป็นเศษมีจุดทศนิยมดั่งว่า  กกต.จะจัดสรรจำนวน ส.ส. จำนวณเต็มให้พรรคการเมืองนั้นไปก่อน  และหากยังไม่ครบ 150 คน  ก่อนนำจุดทศนิยมที่เกินมาของแต่ละพรรคมาเรียงลำดับ พรรคใดมีทศนิยมมากกว่า ก็ให้ได้จำนวน ส.ส. ไปอีก 1 คน และพิจารณาพรรคที่รองลงมา ไล่มาจนครบ 150 คน ซึ่งผลในที่ประชุมนั้น วิธีคำนวนดังกล่าวได้รับความเห็นด้วยจากทุกฝ่าย รวมถึง กกต.ด้วย