"ไอซ์" ขอบวชให้พ่อ-ทำหน้าที่ดูแลปู่แทน เคลียร์ปมไม่มาดูใจครั้งสุดท้าย




วันที่ 14 พฤศจิกายน  2560 วัดสายไหม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มีพิธีสวดพระอภิธรรมนายธนัท ฉิมท้วม หรือโจ บอยสเก๊าท์ นักร้องบอยแบนด์ชื่อดัง วัย 44 ปี ที่เสียชีวิตขณะเล่นคอนเสิร์ตในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง โดยมีสาเหตุจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

โดยคืนนี้ได้สวดพระอภิธรรมเป็นคืนที่สาม มีเพื่อนวงบอยสเก๊าท์ ต๊ะ-วินรวีร์ และดิ๊บ-ธนพงศ์ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน บรรยากาศ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีบุคคลในวงการ อาทิ ปราบต์-ปราบต์ปฎล, สุกัญญา มิเกล, บูม-กิตตน์ก้อง, กีฟ-ดราภรดา แคทลียา อิงลิช, โหน่ง ชะชะช่า, ปิง ฟรุตตี้, เท่ห์- อุเทน, หลุยส์ สก็อต, นุ่น-รมิดา, นก-ศิขรินธาร, ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง, เหลือเฟือ มกจ๊ก มาร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปในครั้งนี้

จากนั้นน้องไอซ์-โชคชัย อุชชิน พร้อมด้วยคุณแม่น้ำ-นันทิยา อุชชิน ลูกชายและอดีตภรรยาโจ บอยสเก๊าท์ ได้เดินทางมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรม



ด้าน “น้ำ” กล่าวว่า เรื่องที่ไอซ์จะบวชหน้าไฟก็แล้วแต่ช่วงเวลาที่เหมาะสม ตนไม่มีปัญหาอะไร เพราะน้องไอซ์เคยบวชมาแล้ว 3 เดือน แต่คาดว่าอาจจะบวช 2-3 วันกำลังดี แต่ก็อยู่ที่พระว่าต้องดูวันสึกไหม ทางคุณปู่ก็เห็นด้วย อย่างน้อยก็ได้เห็นหลานบวช ถือเป็นความโชคดีที่จะได้เห็นลูกหลานบวช ส่วนเรื่องอัฐิหรือกระดูกของโจ ตนคงไม่เอามาแบ่งเก็บไว้ อยากให้ครอบครัวโจเก็บไว้ดีกว่า หากน้องไอซ์อยากมาไหว้ก็ให้เขามา ถามว่าอยากให้เขาเก็บกระดูกพ่อไว้หรือไม่ ส่วนตัวไม่ให้เก็บดีกว่า กลัวว่าจะดูแลได้ไม่ดี มีรูปไว้ก็พอแล้ว ถ้าเก็บกระดูกไว้ ไม่ค่อยเหมาะ เพราะถ้าทำไม่ดีไว้ก็จะ ส่งผลกับตัวเอง

“น้ำ”กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่ไอซ์จะย้ายมาที่กรุงเทพฯ และดูแลคุณปู่ก็ต้องเป็นเรื่องของเขา ตัวเองคงไม่บังคับลูก ส่วนตนไม่คิดว่าจะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ แต่ว่าลูกๆ อยู่ที่กรุงเทพฯ กันหมด คงจะแค่มาเยี่ยมตามเรื่องตามราว ถามว่าได้เก็บของอะไรเกี่ยวกับโจไว้กับตัวเองบ้าง ส่วนใหญ่ก็เก็บรูปที่ตัด ตอนหนังสือพิมพ์กับรูปที่เคยถ่ายด้วยกัน นอกนั้นไม่ได้เก็บอะไรไว้ เพราะเป็นคนไม่ยึดติด ส่วนเรื่องที่หลายคนก็สงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่เคยอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน แต่ไม่มีเคยมีรูปหรืออะไรเก็บไว้เลย เรื่องนี้ตนไม่ค่อยจะถ่ายรูป เพราะสิ่งสำคัญอยู่ในหัวใจ และในความรู้สึกของเรามากกว่า โจก็คงรู้สึกในใจเหมือนกัน เขาเป็นเพื่อนที่ดีและน้องที่ดี ไม่ใช่ว่าตนต้องลืมเขาไป ไม่ใช่ว่าคิดถึงก็ จะต้องโศกเศร้า เพียงแต่เสียดายที่อายุเขา ยังน้อยไปกับคนคนหนึ่งที่ยังมีโอกาสได้สร้างเนื้อสร้างตัว

“ความจริงไอซ์ดีใจที่ได้มาเจอกับญาติ ฝั่งพ่อ เพราะทุกคนก็อยากจะรู้รากเหง้าของตัวเอง ฝั่งพ่อเป็นยังไง ฝั่งแม่เป็นยังไง ตัวพี่เองก็ไม่สามารถเล่าเรื่องของฝั่งพ่อเขาได้ ถ้าวันหนึ่งเกิดไอซ์มีครอบครัวมีลูก แล้วถามว่าเรื่องของฝั่งพ่อเป็นอย่างไร ถ้าเขาตอบไม่ถูกก็จะเป็นปมด้อยส่วนหนึ่ง วันนี้พอทุกคนได้รู้ความจริง อย่างน้อยไอซ์ก็ได้ภูมิใจที่ 27 ปี เขาต้องทนกับคนที่ไม่เชื่อ ปิดบัง สำหรับไอซ์เขารู้สึกเก็บกด”



ด้าน”น้องไอซ์”กล่าวว่า มีความตั้งใจอยากจะบวชให้พ่อ แต่จะเป็นเวลากี่วันนั้น ก็แล้วแต่ทางญาติๆ ของฝ่ายพ่อ เรื่องนี้ได้คุยกับคุณปู่แล้วก็ยินดีและอยากให้บวช ในอนาคตคงมาทำหน้าที่แทนพ่อ มาดูแลปู่แทนพ่อ ความตั้งใจของตนเป็นแบบนี้จริงๆ แต่ คงต้องรอให้เสร็จงานศพก่อนจึงจะคุยเรื่องนี้อีกที ส่วนอัฐิของพ่อคงต้องรอให้ญาติฝ่ายพ่อเป็นคนจัดการ ตนก็อยากเก็บไว้ส่วนหนึ่งถ้าเป็นไปได้ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นต้องขอโทษทุกคนและขอโทษอาต๊ะที่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด กรณีที่ไม่มาดูใจพ่อครั้งสุดท้าย สำหรับอาต๊ะได้พูดคุยกันแล้ว จากที่เมื่อวานอาจเข้าใจผิดกันนิดนึง อาต๊ะอธิบายให้ฟังว่าตอนนี้ไม่ได้ติดใจอะไร ส่วนที่อาต๊ะและอาดิ๊บชวนไปร้องเพลงนั้น เขาบอกว่าอยากให้เป็นตัวแทนของพ่อ ส่วนตัวเป็นคนชอบร้องเพลงอยู่แล้ว แต่ว่าจะมีโอกาสหรือไม่ต้องแล้วแต่อาทั้งสอง

 

 

 

 

เครดิต : khaosod