ทุกอย่างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินคืออะไร

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคภูมิตัวเองที่ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวกันอย่างรวดเร็วผิดปกติ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิดสะเก็ดบนผิวหนัง

การอักเสบและรอยแดงรอบสะเก็ดนั้นเป็นสิ่งที่พบได้โดยทั่วไป สะเก็ดของโรคสะเก็ดเงินทั่วไปนั้นจะมีสีขาวเงินแล้วพัฒนาเป็นแผ่นที่แดงและหนา ในบางครั้งแผ่นเหล่านี้อาจจะแตกและลอกได้

โรคสะเก็ดเงินเป็นผลมาจากกระบวนการผลิตที่เร็วผิดปกติ โดยปกติแล้วเซลล์ผิวจะเจริญเติบโตลึกเข้าไปในผิวหนัง แล้วค่อยๆ ขึ้นมาสู่ผิวนอก จนสุดท้ายก็ผลัดออกไป วงจรชีวิตของเซลล์ผิวปกตินั้นอยู่ที่หนึ่งเดือน

สำหรับคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน กระบวนการผลิตนี้อาจเกิดขึ้นภายในระยะเวลาแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ทำให้เซลล์ผิวหนังไม่มีเวลาได้ผลัดออกไป กระบวนการผลิตอันรวดเร็วนี้ทำให้เกิดการสะสมของเซลล์ผิวหนัง

สะเก็ดมักก่อตัวอยู่ในบริเวณข้อต่อ เช่นข้อศอกและหัวเข่า สะเก็ดนั้นสามารถขึ้นที่ใดก็ได้ในร่างกาย รวมไปถึง

  • มือ
  • เท้า
  • คอ
  • หนังศีรษะ
  • ใบหน้า

บริเวณที่พบสะเก็ดเงินได้น้อยก็คือที่เล็บ ปาก และรอบๆ อวัยวะเพศ

จากงานวิจัยหนึ่ง มีชาวอเมริกัน 7.4 ล้านคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน โรคนี้มักจะเกี่ยวข้องกับโรคอื่นๆ ด้วย อันได้แก่

  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • โรคลำไส้อักเสบ
  • โรคหัวใจ
  • โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน
  • โรควิตกกังวล
  • โรคซึมเศร้า

โรคสะเก็ดเงินมีกี่ประเภท?

โรคสะเก็ดเงินนั้นมีอยู่ห้าประเภท นั่นก็คือ

โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (Plaque Psoriasis)

โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนานั้นเป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด

สถาบันการศึกษาโรคผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) คาดการณ์ว่ามีประมาณ 80% ของคนที่เป็นโรคนี้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา มันจะทำให้เกิดแผ่นรอยแดงและอักเสบครอบคลุมผิวหนัง รอยเหล่านั้นมักถูกปกคลุมด้วยสะเก็ดสีขาวเงินหรือผื่นหนา ผื่นหนาเหล่านี้พบได้บ่อยในบริเวณข้อศอก หัวเข่า และหนังศีรษะ

โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นขนาดเล็ก (Guttate Psoriasis)

โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นขนาดเล็กเป็นชนิดที่มักเกิดกับเด็กและวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ ลักษณะผิดหนังจะเป็นจัดสีชมพูขนาดเล็ก บริวณที่พบบ่อยของชนิดนี้ก็คือที่ลำตัว แขน และขา จุดเหล่านี้จะไม่ค่อยหนาและนูนขึ้นมาแบบชนิดผื่นหนา

โรคสะเก็ดเงินชนิดที่มีตุ่มหนอง (Pustular Psoriasis)

โรคสะเก็ดเงินชนิดที่มีตุ่มหนองเป็นชนิดที่เกิดได้มากในวัยผู้ใหญ่ บริเวณผิวหนังจะมีตุ่มหนองสีขาวและมีรอยแดงอักเสบเป็นบริเวณกว้าง โรคสะเก็ดเงินชนิดที่มีตุ่มหนองนั้นมักเกิดในบริเวณเล็กๆ ของร่างกาย เช่นมือหรือเท้า แต่ก็สามารถแพร่กระจายไปทั่วลำตัวได้

โรคสะเก็ดเงินชนิดเกิดตามข้อพับ (Inverse Psoriasis)

โรคสะเก็ดเงินชนิดเกิดตามข้อพับจะทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแดง มีความเรียบและเงา มักเกิดที่รักแร้หรือหน้าอก ขาหนีบ หรือรอบอวัยวะเพศ

โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัว (Erythrodermic Psoriasis)

โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัวนั้นเป็นชนิดที่รุนแรงและพบได้น้อยมาก

ชนิดนี้จะเกิดในบริเวณใหญ่ของร่างกายในครั้งเดียว ผิวหนังจะเหมือนกับว่าโดนแดดเผา สะเก็ดที่เกิดจะลอกออกมาเป็นแผ่นใหญ่ๆ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีไข้และป่วยหนัก

ชนิดนี้สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นควรจะไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

ดูรูปโรคสะเก็ดเงินแต่ละชนิด

อาการของโรคเป็นอย่างไร?

อาการของโรคสะเก็ดเงินนั้นต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแต่ละคนและชนิดของโรค บริเวณที่เกิดโรคสะเก็ดเงินสามารถเป็นได้ตั้งแต่รอยเล็กๆ ที่หนังหัวหรือข้อศอก จนไปถึงทั่วทั้งร่างกาย

อาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนาได้แก่

  • ผิวหนังมีรอยแดงอักแสบนูนขึ้นมา
  • สะเก็ดสีเงินขาวหรือผื่นหนาบริเวณรอยแดง
  • ผิวแห้งที่สามารถแตกและลอกได้
  • เจ็บแสบรอบรอย
  • คันและแสบร้อนรอบๆ รอย
  • เล็บหนาและเป็นหลุม
  • ปวดข้อต่อ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีอาการเหล่านี้ทั้งหมด บางคนอาจจะมีอาการต่างออกไปหากพวกเขาเป็นโรคสะเก็ดเงินในชนิดที่ไม่พบบ่อย

คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้จะเข้าสู่ ‘วงจร’ ของอาการเหล่านี้ โรคนี้อาจจะทำให้เกิดอาการที่รุนแรงเป็นระยะเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ แล้วหลังจากนั้นอาการก็จะหายไปจนไม่สามารถสังเกตเห็นได้ และพอผ่านไปสักพักหรือถ้ามีการกระทำที่กระตุ้น โรคนี้ อาการอาจจะกลับมาอีกครั้ง ในบางครั้ง อาการของโรคสะเก็ดเงินอาจจะหายไปอย่างสมบูรณ์เลยก็ได้

เมื่อคุณไม่พบสัญญาณของโรค คุณอาจจะยังอยู่ในช่วง “โรคสงบเพียงชั่วคราว (Remission)” ก็ได้ นั่นไม่ได้หมายความว่าโรคสะเก็ดเงินจะไม่กลับมาอีก แค่ตอนนี้คุณไม่มีอาการเฉยๆ

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคติดต่อหรือไม่?

โรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ คุณไม่สามารถถ่ายทอดโรคผิวหนังไปหาคนอื่นได้ การสัมผัสแผลสะเก็ดเงินของคนอื่นจะไม่ทำให้คุณเป็นโรคดังกล่าว

การศึกษาเกี่ยวกับโรคนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากมีหลายคนที่คิดว่าโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคติดต่ออยู่

โรคสะเก็ดเงินเกิดจากอะไร?

แพทย์ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัยที่มีมาหลายสิบปี พวกเขาค้นพบปัจจัยสำคัญสองประการ นั่นก็คือ พันธุกรรมและระบบภูมิคุ้มกัน

ระบบภูมิคุ้มกัน

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคภูมิแพ้ตัวเองนั้นเป็นผลมาจากการที่ร่างกายโจมตีตัวเอง ในกรณีของโรคสะเก็ดเงินนั้น เซลล์เม็ดเลือดขาวที่รู้จักกันในชื่อ T cells ทำลายเซลล์ผิวหนัง

ในร่างกายของคนปกตินั้น เซลล์เม็ดเลือกขาวมีหน้าที่ในการทำลายแบคทีเรีบที่บุกรุกเข้ามาและต่อสู่กับการติดเชื้อ การโจมตีที่ผิดพลาดนี้ทำให้กระบวนการผลิตเซลล์ผิวถูกกระตุ้น กระบวนการผิดที่เร็วผิดปกติทำให้เซลล์ผิวใหม่เกิดชึ้นเร็วเกินไป เซลล์ผิวใหม่เหล่านี้จะไปดันผิวหนังภายนอก ซึ่งทำให้มันนูนขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้เกิดแผ่นหนาซึ่งพบได้บ่อยในโรคสะเก็ดเงินขึ้น การโจมตีเซลล์ผิวทำให้เกิดรอยแดงอักเสบบนผิว

พันธุกรรม

บางคนสืยทอดยืนที่ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะเป็นโรคสะเก็ดเงิน ถ้าหากคุณมีสมาชิกในครอบครัวที่มีโรคเกี่ยวกับผิวหนัง โอกาสที่คุณจะเป็นโรคสะเก็ดเงินก็จะสูงขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม โอกาสของผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินจากพันธุกรรมนั้นมีน้อยมาก ประมาณ 2-3 % ของคนที่มียีนเท่านั้นที่จะเป็นโรค อ้างอิงจากมูลนิธิโรคสะเก็ดเงินแห่งชาติ (NPF)

การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน

อาจจำเป็นต้องทดสอบหรือตรวจร่างกายสองครั้งเพื่อวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน

การตรวจร่างกาย

แพทย์ส่วนใหญ่สามารถทำการวินิจฉัยได้โดยการตรวจร่างกาย อาการของโรคสะเก็ดเงินนั้นเห็นได้ชัดและแตกต่างจากโรคอื่นๆ ที่อาจจะเกิดอาการคล้ายกัน

ในระหว่างการตรวจ โปรดบอกแพทย์ให้ชัดว่าเกิดที่บริเวณไหนบ้าง นอกจานี้ บอกให้แพทย์ของคุณรู้หากคนในครอบครัวของคุณเป็นโรค

การผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัย (Biopsy)

ถ้าหากอาการไม่ชัดเจน หรือแพทย์ของคุณต้องการยืนยันการวินิจฉัยโรค พวกเขาอาจจะใช้ตัวอย่างจากผิวของคุณบางส่วน การทำแบบนี้เรียกว่าการผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัน

ผิวหนังจะถูกส่งไปที่ห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะตรวจสอบโดยส่องกล้องจุลทรรศน์ การตรวจร่างกายสามารถวินิจฉัยชนิดของโรคสะเก็ดเงินที่คุณเป็นได้ นอกจากนี้ยังสามารถแยกแยะความผิดปกติหรือการติดเชื้ออื่นๆ ออกไปได้ด้วย

การผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัยส่วนใหญ่จะทำในออฟฟิศแพทย์ของคุณในวันที่ทำการนัดหมาย แพทย์ของคุณจะฉีดยาชาเพื่อทำให้เจ็บน้อยลง หลังจากนั้นพวกเขาจะส่งตัวอย่างจากการผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัยไปให้ห้องปฏิบัติการทำการวิเคราะห์ต่อไป

เมื่อได้ผลการทดสอบแล้ว แพทย์ของคุณอาจขอนัดเพื่อหารือเกี่ยวกับผลวิจัยและตัวเลือกในการรักษากับคุณ

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน: ความเครียด แอลกอฮอล์ และอื่นๆ

“สาเหตุ” ภายนอกอาจจะเป็นตัวทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินใหม่ สาเหตุเหล่านี้อาจจะไม่เหมือนกันสำหรับทุกคน อาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป

สาเหตุที่พบบ่อยในโรคสะเก็ดเงินได้แก่

ความเครียด

ความเครียดที่สูงอาจกระตุ้นให้เกิดได้ หากคุณเรียนรู้ที่จะลดและจัดการกับความเครียดได้ คุณก็สามารถลดและป้องกันไม่ให้อาการกำเริบได้เช่นกัน

แอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากสามารถทำให้อาการกำเริบได้ หากคุณดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การระบาดของโรคอาจจะเกิดขึ้นบ่อย การลดปริมาณแอลกอฮอล์นั้นมีประโยชน์ในเรื่องอื่นๆ ด้วย แพทย์ของคุณสามารถช่วยวางแผนในการเลิกดื่มได้หากคุณต้องการ

การได้รับบาดเจ็บ

อุบัติเหตุ แผล หรือรอยขูดอาจทำให้อาการกำเริบได้ การฉีดวัคซีนและการถูกแดดเผาก็อาจทำให้เกิดอาการใหม่ได้เช่นกัน

ยา

ยาบางชนิดเป็นตัวกระตุ้นโรคสะเก็ดเงิน ได้แก่

  • ลิเธียม
  • ยาต้านมาลาเรีย
  • ยาสำหรับความดันเลือดสูง

การติดเชื้อ

โรคสะเก็ดเงินนั้นเกิดจากที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีผนังเซลล์ที่ดี หากคุณป่วยหรือกำลังต่อสู้กับการติดเชื้ออยู่ ระบบภูมิคุ้มกันของคุณจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อต่อสู้กับมัน ทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ อาการคออักเสบเป็นตัวกระตุ้นที่พบได้บ่อย

ตัวเลือกในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินนั้นไม่มีวิธีการรักษา การรักษานี้ก็เพื่อลดการอักเสบและสะเก็ด ชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์ผิว และกำจัดผื่นหนาเท่านั้น การรักษาโรคสะเก็ดเงินนั้นแบ่งเป็นสามประเภท ได้แก่

การรักษาเฉพาะที่

การทาครีมและขี้ผึ้งโดยตรงกับผิวจะช่วยลดสะเก็ดเงินได้ตั้งแต่ระดับอ่อนถึงปานกลาง

การรักษาโรคสะเก็ดเงินเฉพาะที่นั้นได้แก่

  • คอติโคสเตียรอยด์ภายนอก
  • ยาทาวิตามินเอ
  • แอนทราลิน
  • วิตามินดี Analogues (Vitamin D analogues)
  • ซาลิไซลิก แอซิด
  • มอยส์เจอไรเซอร์

ยาในระบบ (Systemic Medications)

ผู้ที่มีสะเก็ดเงินขั้นปานกลางถึงรุนแรง และไม่ตอบสนองกับการรักษาประเภทอื่น อาจจำเป็นต้องใช้ยาแบบรับประทานหรือฉีดยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงที่รุนแรง แพทย์มักจ่ายยาให้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

ยาเหล่านี้ได้แก่

  • เมโธเทรกเซท
  • ไซโคลสปอริน (Sandimmune)
  • ไบโอโลจิกส์
  • เรตินอยด์

การบำบัดด้วยแสง

การรักษาโรคสะเก็ดเงินนี้ใช้รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) หรือแสงธรรมชาติ แสงแดดจะฆ่าเซลล์เม็ดเลือดขาวที่โจมตีเซลล์ผิวดี ซึ่งทำให้เซลล์เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งแสง UVA และ UVB มีประโยชน์ในการลดอาการโรคสะเก็ดเงินในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

คนส่วนใหญ่ที่มีโรคสะเก็ดเงินในระดับปานกลางถึงรุนแรงจะได้รับประโยชน์จากการผสมผสานการรักษา การบำบัดชนิดนี้จะใช้การรักษามากกว่าหนึ่งประเภทเพื่อลดอาการ บางคนอาจใช้การรักษาเดียวไปตลอดชีวิต และบางคนอาจจะต้องเปลี่ยนการรักษาบ่อยๆ หากผิวหนังของเขาไม่ตอบสนองกับการรักษา

ยาสำหรับโรคสะเก็ดเงิน

หากคุณเป็นโรคสะเก็ดเงินในระดับกลางถึงรุนแรง หรือหากโรคสะเก็ดเงินไม่ตอบสนองต่อการรักษา แพทย์ของคุณอาจพิจารณาในการใช้ยารับประทานหรือแบบฉีด

ยารับประทานหรือแบบฉีดที่ใช้เพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงินนั้นได้แก่

ไบโอโลจิกส์

ยาประเภทนี้จะเปลี่ยนแปลงระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างระบบภูมิคุ้มกันกับกลไกการอักเสบ (Inflammatory Pathways) ยาเหล่านี้จะถูกฉีดหรือให้ผ่านหลอดเลือดดำ (IV)

เรตินอยด์

เรตินอยด์ช่วยลดการผลิตเซลล์ผิว เมื่อคุณหยุดใช้ อาการโรคสะเก็ดเงินก็อาจจะกลับมา ผลข้างเคียงคือผมร่วงและริมฝีปากอักเสบ

คนที่ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ในสามปีถัดไปไม่ควรใช้เรตินอยด์ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติกับทารก

ไซโคลสปอริน

ไซโคลสปอริน (Sandimmune) ป้องกันการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้สามารถบรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงินได้ นอกจากนี้ยังหมายความว่าคุณจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าปกติ ดังนั้น คุณอาจจะป่วยได้ง่ายขึ้น ผลข้างเคียงได้แก่ปัญหาเกี่ยวกับไตและความดันโลหิตสูง

เมโธเทรกเซท

เช่นเดียวกับไซโคลสปอริน เมโธเทรกเซทยับยั้งระบบภูมิคุ้มมกัน อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่างเมื่อใช้ในปริมาณต่ำ และสามารถให้ผลข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อใช้ในระยะยาว ผลข้างเคียงที่รุนแรงได้แก่ ความเสียหายในต่ำและการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและขาวที่ลดลง

คำแนะนำเรื่องอาหารสำหรับผู้ที่มีโรคสะเก็ดเงิน

อาหารไม่สามารถรักษาโรคสะเก็ดเงินให้หายขาดได้ แต่การรับประทานอาหารที่ดีอาจช่วยลดอาการของคุณได้ การเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวัน 5 ประการนี้อาจจะช่วยบรรเทาอาการโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งได้แก่

ลดน้ำหนัก

หากคุณมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักอาจลดความรุนแรงของโรคได้ การลดน้ำหนักอาจทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังไม่แน่ชัดว่าน้ำหนักเกี่ยวข้องกับโรคสะเก็ดเงินอย่างไร ดังนั้น หากอาการของคุณไม่เปลี่ยนไป การลดน้ำหนักก็ยังดีต่อสุขภาพโดยรวมของคุณ

กินอาหารที่ดีต่อหัวใจ

ลดปริมาณไขมันอิ่มตัวซึ่งมักพบในผลิตภัณฑ์สัตว์เช่นเนื้อและผลิตภัณฑ์นม เพิ่มปริมาณลีนโปรตีนที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น แซลมอน ซาร์ดีน และกุ้ง โอเมก้า3 ที่มาจากพืชได้แก่วอลนัท เมล็ดแฟลกซ์ และถั่วเหลือง

หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อาการกำเริบ

โรคสะเก็ดเงินทำให้การการอักเสบ อาหารบางอย่างก็ทำให้เกิดการอักเสบได้เช่นกัน การหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาอาการได้ อาหารเหล่านี้ได้แก่

  • เนื้อสีแดง
  • น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์
  • อาหารแปรรูป
  • ผลิตภัณฑ์นม

ดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง

การบริโภคแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มความเสี่ยงของอาการกำเริบได้ ลดปริมาณหรือเลิกได้ยิ่งดี หากคุณมีปัญหากับการดื่มแอลกอฮอล์ แพทย์ของคุณสามารถช่วยคุณวางแผนได้

ลองทานวิตามิน

แพทย์บางคนชอบอาหารที่มีวิตามินสูงในรูปแบบเม็ด อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพแล้ว ก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องของสารอาหารที่ไม่เพียงพอได้ สอบถามแพทย์ของคุณว่าคุณจำเป็นต้องทานวิตามินเป็นอาหารเสริมหรือไม่

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกอาหารของคุณ

การใช้ชีวิตอยู่กับโรคสะเก็ดเงิน

การใช้ชีวิตกับโรคสะเก็ดเงินนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่ถ้าทำวิธีถูกต้องแล้ว คุณสามารถลดอาการกำเริบและใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีได้ ทั้งสามด้านนี้จะช่วยคุณรับมือทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่

ไดเอท

การลดน้ำหนักและการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพสามารถช่วยบรรเทาอาการโรคสะเก็ดเงินได้ รวมไปถึงการกินอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า3 ธัญพืช และพืช คุณควรที่จะจำกัดอาหารที่อาจทำให้เกิดการอักเสบเพิ่ม อาหารเหล่านี้ได้แก่ น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ผลิตภัณฑ์นม และอาหารแปรรูป

มีหลักฐานมากมายที่ชี้ว่าการกินผักผลไม้ประเภทไนท์เฉด (Nightshade) สามารถทำให้อาการโรคสะเก็ดเงินกำเริบได้ ผักผลไม้ประเภทไนท์เฉดรวมไปถึงมะเขือเทศด้วย เช่นเดียวกับมันฝรั่งขาว มะเขือยาว และอาหารที่ได้จากพริกไทย ได้แก่ พริกขี้หนูและพริกป่น (แต่ไม่ใช่พริกไทยดำซึ่งมาจากพืชต่างชนิดกัน)

ความเครียด

ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน การเรียนรู้ที่จะจัดการรับมือกับความเครียดช่วยให้คุณบรรเทาอาการกำเริบได้ ลองทำตามวิธีเหล่านี้เพื่อลดความเครียดของคุณ

  • การทำสมาธิ
  • การเขียนบันทึก
  • การสูดลมหายใจ
  • โยคะ

สุขภาพจิต

ผู้ที่เป็นสะเก็ดเงินมักจะประสบกับโรคซึมเศร้าและปัญหาในการเห็นคุณค่าของตนเอง (Self-esteem) คุณอาจจะรู้สึกมีความมั่นใจน้อยลงเมื่อมีจุดใหม่เกิดขึ้น การพูดคุยกับคนในครอบครัวว่าโรคสะเก็ดเงินมีผลอย่างไรกับคุณอาจจะเป็นเรื่องยาก และวงจรอาการที่ไม่สิ้นสุดนี้อาจจะทำให้คุณเหนื่อยใจได้เช่นกัน

ปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้เป็นเรื่องจริง สิ่งสำคัญก็คือคุณควรที่จะหาข้อมูลเพื่อจัดการกับมันอาจจะเป็นการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หรือการเข้าร่วมกลุ่มกับผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินก็ได้

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่กับโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินและโรคข้ออักเสบ

ระหว่าง 30 ถึง 33 เปอร์เซ็นของคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินจะได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน ตามแนวทางคลินิกล่าสุดจาก AAD และ NPF

โรคข้ออักเสบชนิดนี้จะทำให้เกิดอาการบวม เจ็บปวด และการอักเสบในข้อต่อที่ได้รับผลกระทบ โดยทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าโรคไขข้ออักเสบเป็นโรคเกาต์ การมีผิวที่มีอาการอักเสบและแดงแผ่นหนาทำให้โรคข้ออักเสบชนิดนี้ต่างไปจากชนิดอื่นๆ

โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรัง เช่นเดียวกับโรคสะเก็ดเงิน อาการของโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินอาจจะมาแล้วหายไป สลับกันระหว่างช่วงกำเริบและช่วงโรคสงบเพียงชั่วคราว โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินยังสามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องโดยมีอาการและปัญหาที่คงเดิม

โรคนี้มักส่งผลต่อข้อต่อนิ้วมือหรือนิ้วเท้า นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อหลังส่วนล่าง ข้อมือ หัวเท่า หรือข้อเท้าของคุณ

คนส่วนใหญ่ที่มีโรคข้ออักเสบสะเส็ดเงินนั้นมักมีโรคสะเก็ดเงินร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ที่จะพัฒนาโรคข้อต่อโดยที่ไม่ต้องวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน คนส่วนใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัยโรคข้ออักเสบโดยที่ไม่เป็นโรคสะเก็ดเงินจะมีสมาชิกครอบครัวที่เป็นโรคผิวหนัง

การรักษาโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินอาจสามารถบรรเทาอาการความเจ็บปวดต่างๆ และเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อต่อได้ เช่นเดียวกับโรคสะเก็ดเงิน การลดน้ำหนัก รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นสามารถช่วยลดอาการกำเริบของโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินได้เช่นกัน การวินิจฉัยที่เจอได้เร็วและแผนการรักษาสามารถช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ รวมไปถึงความเสียหายของข้อต่อ

สถิติของโรคสะเก็ดเงิน

ประมาณ 7.4 ล้านคนในอเมริกาที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินอาจจะเริ่มเป็นตอนอายุไหนก็ได้ แต่การวินิจฉัยที่พบนั้นมักอยู่ในวัยผู้ใหญ่ อายุเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 15 ถึง 35 ปี จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) งานวิจัยบางอย่างคาดการณ์ว่าประมาณ 75% ของเคสโรคสะเก็ดเงินนั้นถูกวินิจฉัยพบก่อนอายุ 46 และอันดับการวินิจฉัยต่อมาจะเกิดในช่วงอายุ 50 ปลายๆ และ 60 ต้นๆ

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ชายและหญิงได้รับผลกระทบเท่ากัน คนผิวขาวจะได้รับผลกระทบอย่างไม่เป็นสัดส่วน คนผิวสีมีสัดส่วนของการวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินที่น้อยมาก

การมีสมาชิกในครอบครัวที่มีโรคอาจเพิ่มโอกาสที่คุณจะเป็ดโรคสะเก็ดเงิน แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนที่เป็นโรคนั้นไม่เคยมีคนในครอบครัวเป็นมาก่อนเลย และบางคนที่คนในครอบครัวเป็นแต่เขาไม่เป็นก็มีเช่นกัน

ประมาณหนึ่งในสามของคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินนั้นจะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน นอกจากนี้ คนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินยังมีโอกาสที่จะเป็นโรคเหล่านี้ ซึ่งได้แก่

  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • โรคไต
  • โรคหัวใจ
  • ความดันโลหิตสูง

แม้ว่าข้อมูลจะไม่สมบูรณ์ งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าโรคสะเก็ดเงินนั้นกำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะเพราะคนเป็นโรคผิวหนังกันเยอะหรือว่าหมอจะวินิจฉัยไม่จัดเจนก็ตาม